Dropshipping แห่งปี 2020 อยากขายของแต่ทุนน้อยต้องลอง Youpik

ปกติแล้วผมมักจะสนใจการหาเงินแบบออนไลน์ โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ต้องออกไปหาสินค้าหรือผลิตสินค้าเอง เพราะเน้นทำเฉพาะเวลาว่างจากการทำงานประจำ ลองมาแล้วหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น Affiliate, Google AdSense, Dropshipping ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป และแน่นอนครับ วิธีที่ทำเงินได้เร็วที่สุดและลงทุนน้อยนั่นก็คือ “Dropshipping” หยิบมาขายไปและที่สำคัญ “ไม่ต้องสต๊อกของ!”

Youpik คืออะไร?

Youpik คือแพลตฟอร์มขายสิ้นค้าถูกสร้างโดยผู้พัฒนาแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ Lazada แต่โมเดลในการขายนั้นจะแตกต่างไปจาก Lazada โดยวิธีการของ Youpik นั้นเรียกว่าเป็น Social Commerce ซึ่งจะเน้นการโปรโมทสินค้าด้วยการสร้าง Community และด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้เกิด “โปรโมชั่นเพื่อผู้ซื้อและผู้ขาย” โดยโปรโมชั่นจะออกมาในลักษณะแบบ “ยิ่งซื้อยิ่งถูกยิ่งขายยิ่งคุ้ม”

ข้อดีของการทำ Dropshipping กับ Youpik

คร่าวๆสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักนะครับ การทำ Dropshipping คือการนำสินค้าจากผู้ขายไปโปรโมทหรือนำไปขายให้กับลูกค้า เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อเราก็จะทำการสั่งไปที่ผู้ขายและแจ้งให้ส่งของไปยังลูกค้า โดยที่เราไม่จำเป็นต้องสต๊อกของเลย ไม่ต้องใช้เงินทุนก้อนโต ไม่ต้องเสี่ยงกับของค้างสต๊อก

ประเด็นความน่าสนใจของ Youpik

  • เป็นโมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่ขึ้นมาอยู่บนระบบออนไลน์เต็มตัว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ทำได้ จะซุกอยู่ใต้ผ้าห่มที่แสนอบอุ่น จะนอนตีพุงอยู่ที่บ้าน นั่งจิบกาแฟชิลๆที่คาเฟ่ หรือจะอยู่ที่ไหนๆ ขอแค่มี “โทรศัพท์เครื่องเดียว” ก็สามารถทำเงินได้!
  • โปรโมชั่นมากมาย นอกจากโปรโมชั่นชวนมือลั่นอย่าง Flash Sale แล้ว ก็ยังมีโปรโมชั่นอื่นๆเข้ามาให้ใจสั่นกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งสิทธิพิเศษต่างๆที่ได้รับจะได้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เรียกได้ว่าคุ้มแล้วคุ้มอีก โปรออกมาทีไรกดกันมันส์เลยทีเดียว
  • สนับสนุน Dropshipping แบบเต็มเหนี่ยว สินค้าต่างๆนอกจากราคาจะแสนถูกแล้ว ภาพสินค้าต่างๆก็อนุญาตให้เราหยิบไปใช้โปรโมทในฐานะตัวแทนขายได้เลย เมื่อได้รับออเดอร์จากลูกค้า เราเพียงแค่กดสั่งซื้อจากผู้ขายใน Youpik และใส่ที่อยู่ของลูกค้า หลังจากนั้นก็แค่รอรับเงิน
  • ยังสดใหม่อยู่ เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 ณ ช่วงเวลาที่ผมเขียนบทความนี้(ปี 2020) ก็เป็นวันที่เพิ่งจะครบรอบ 1 ขวบเท่านั้น สินค้าจากน้อยๆก็ทยอยมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ เรียกว่าอยู่ในช่วงกำลังโต อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ให้ความรู้ให้เข้าไปปรึกษาปัญหาหรือแนวทางการขายต่างๆ เหมาะมากๆกับผู้ที่อยากเริ่มทำธุรกิจออนไลน์

วิธีเปิดใช้งาน Youpik เตรียมทำ Dropshipping

จริงๆการหารายได้จาก Youpik สามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่เนื้อหาในบทความนี้จะกล่าวถึงการทำ Dropshipping เท่านั้นนะครับจะได้ไม่สับสน

ขั้นตอนที่ 1: โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่น Youpik

เข้าไปดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่น Youpik ตามประเภทมือถือที่ใช้งานนะครับ

สำหรับมือถือ Android

สำหรับมือถือ iOS


ขั้นตอนที่ 2: สมัครเข้าใช้งาน

เปิดหน้าแอปพลิเคชั่นขึ้นมาจะพบหน้าเข้าสู่ระบบ เราสามารถเลือกสมัครได้ 3 ช่องทาง แต่ตัวอย่างนี้เป็นวิธีสมัครด้วยเบอร์มือถือครับ คลิกที่ “เข้าสู่ระบบด้วยเบอร์มือถือ”


คลิกที่ “ลงทะเบียนเลย”


กรอก เบอร์โทรศัพท์ (1)
ที่ช่องรหัส SMS กดปุ่ม “ส่ง” (2)
จากนั้นจะมี รหัสตัวเลข ส่งมาทาง SMS (3)
กรอก รหัสตัวเลข (4)
กดปุ่ม “ถัดไป” (5)


ที่ช่องรหัสคำเชิญ กรอก 161223 จะได้ส่วนลด 30 บาท
กดปุ่ม “คลิกเพื่อรับคูปอง”

รหัส 161223 เป็นรหัสกลุ่มที่ผมอยู่โดยในกลุ่มจะมีผู้ให้คำแนะนำบอกขั้นตอนวิธีการขาย สามารถพูดคุยสอบถามปัญหาต่างๆได้ ใครที่ต้องการเข้ากลุ่มเพื่อรับฟังคำแนะนำหรือต้องการคำปรึกษา หารายได้จาก Youpik อย่างจริงจัง กรอกรหัส 161223 เพื่อขออนุมัติเข้ากลุ่มได้เลยครับ


ขั้นตอนที่ 3: สมัครเป็น Youpikker

ถึงขั้นตอนนี้เราสามารถเอาของไปโปรโมทขายได้เลย แต่ผมแนะนำให้สมัครเป็น Youpikker จะได้ราคาและสิทธิพิเศษที่คุ้มมากกว่า

วิธีสมัครให้คลิกที่ “Youpik CHOICE” และซื้อสินค้าหมวดนี้ในราคา 499 บาท 1 ชิ้น เพียงเท่านี้ก็จะได้รับสิทธิเป็น Youpikker พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆได้ในทันที

*** ราคา 499 บาทเป็นโปรโมชั่นพิเศษถึงวันที่ 10 กันยายน 2020 เท่านั้น(ราคาปกติ 999 บาท) ***

*** หากยังไม่มีทุนสมัคร Youpikker ให้เอาสินค้าในรายการ Youpik CHOICE ไป Dropship เลยก็ได้ครับ พอได้ลูกค้าแล้วเราค่อยมากดสั่งซื้อเพื่ออัพเกรดเป็น Youpikker ทีหลัง เท่ากับว่าสมัครฟรีพร้อมเงินเลยนะ ***


หากเป็น Youpikker แล้วสามารถเข้าร่วมกลุ่มให้คำปรึกษา พูดคุย แชร์ประสบการณ์ สอบถามปัญหา ได้โดยคลิกที่ “กดเข้าร่วม LINE GROUP กับเมนเทอร์ของคุณ”


มาเริ่ม Dropshipping กันเลย!

Dropship ขั้นตอนที่ 1: เลือกสินค้า

เนื่องจากสินค้ามีเยอะมากๆ ตลาดก็กว้างมาก บางคนอาจจะมึนๆงงๆไปไม่ถูกว่าจะเอาอะไรไปขายดี ไม่เป็นไรครับ ผมมีคำแนะนำให้ในการเลือกสินค้า ดังนี้

  • เลือกสินค้าที่เราเข้าใจในรายละเอียด เพื่อเวลาลูกค้ามีคำถามจะได้ให้คำตอบได้
  • เลือกสินค้าที่มีคนรีวิวเยอะและได้คะแนนดี ต้องเข้าใจก่อนว่าเจ้าของสินค้านั้นมีหลากหลายมาก มีทั้งบริการดีส่งเร็ว มีทั้งห่วยส่งช้าสินค้าผิด ดังนั้นเราต้องเช็ครีวิวให้เยอะๆเข้าไว้ครับ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะไปถึงมือลูกค้าได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
  • ระวังสินค้าที่ราคาอยู่ในช่วงโปรโมชั่น บางคนลืมนึกไป เห็นของถูกแล้วรีบเอาไปลงขายโดยไม่ได้เช็คว่าสินค้าขายราคานี้แค่ชั่วคราว ออเดอร์มานอกช่วงโปรโมชั่นเดี๋ยวจะเข้าเนื้อแบบไม่รู้ตัว แต่ยกเว้นสำหรับคนจะสั่งมาสต๊อกเอง(ช่วง Flash Sale บางชิ้นลดเยอะมาก)กรณีนี้ถ้ามั่นใจว่าขายได้ก็หวดเลยครับ
  • จำนวนสินค้าเพียงพอต่อการขาย สินค้าแต่ละชิ้นจะมีจำนวนที่เหลือในสต๊อกบอก เพราะฉะนั้นอย่าลืมเช็คกันให้ดี ลูกค้าสั่งของโอนเงินเรียบร้อยแต่ของหมดสต๊อกนี่ไม่ดีแน่ๆ นอกจากจะเสียเวลาแล้วยังเสียความมั่นใจจากลูกค้าอีกด้วย

Dropship ขั้นตอนที่ 2: ขาย

นำสินค้าไปขาย …ใช่ ก็แค่เอาไปขาย แต่ขายยังไงจะให้ออกล่ะ! เรื่องนี้รายละเอียดเยอะมาก เอาเป็นว่าชี้เป้าไปก่อนนะครับว่ามีแหล่งให้เราโพสขายได้ที่ไหนบ้าง ส่วนวิธีการโดยละเอียดจะแยกเป็นอีกบทความแบบเนื้อๆเน้นๆไปทีละจุดดีกว่า ฝากติดตามกันด้วยนะครับ แหล่งที่โพสขายได้ทั่วไปมีดังนี้

  • บนแอปพลิเคชั่นขายสินค้า ที่เราๆรู้จักกันดีก็ Shopee Lazada เป็นต้น
  • บน Facebook Market Place แหล่งขายของที่มีคนส่องเยอะพอสมควร
  • บน Facebook Group สินค้าบางอย่างมีกลุ่มผู้สนใจเฉพาะด้านอยู่นะครับ ถ้าเราหาเจอและเอาสินค้าไปลงได้ถูกที่ถูกเวลาก็รับทรัพย์กันไปเลย
  • บน Facebook Page ใครคิดจะทำต่อยอดก็เปิดเพจร้านตัวเองไปเลยก็ได้ครับ ขายไปขายมาเผลอๆอาจจะปิ๊งไอเดียทำสินค้าเป็นของตัวเองด้วยก็ได้
  • บน Social Media Line Facebook Instragram Pinterest Tiktok เลือกที่เหมาะกับตัวสินค้าจะช่วยได้มาก แต่อย่าไปขายสุ่มสี่สุ่มห้าให้เพื่อนรำคาญล่ะ เดี๋ยวจะโดนบล็อคเอา

Dropship ขั้นตอนที่ 3: รับเงินจากลูกค้าและสั่งของให้ลูกค้า

เมื่อมีลูกค้าต้องการซื้อ เราก็ให้ลูกค้าโอนเงินมาที่เรา จากนั้นให้เรามากดสั่งซื้อที่ Youpik และใส่ที่อยู่จัดส่งเป็นที่อยู่ของลูกค้า


Dropship ขั้นตอนที่ 4: แจ้งเลขพัสดุให้ลูกค้า

ได้เงินแล้วอย่าเพิ่งทิ้งลูกค้านะครับ หมั่นเช็คสถานะการส่งของ ถ้าทำการจัดส่งแล้วให้แจ้งเลขพัสดุไปให้ลูกค้าได้รับทราบด้วยครับ ไม่ต้องรอให้ลูกค้าถาม เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในอีกทางหนึ่ง

Advertisment ad adsense adlogger